Stories

[Kuusou No Ryoudo - Episode 1]

posted on 09 Dec 2011 23:25 by ruzsia  in Stories
นิยายเรื่องนี้เขียนไว้นานแล้ว ตั้งแต่สมัยมัธยม
ก็คิดว่าจะเอาเรื่องนี้มาลง
แล้วจัดการเขียนต่อให้จบ
จะไม่ดองแล้วจริงๆ(มั้ง)
  
อย่าเสียเวลากันเลย
ไหนๆคนเขียนก็ขุดขึ้นมาให้อ่านแล้ว
ฝากตัวด้วยนะค่ะ
  
ติชมได้ตามสะดวก
แต่อย่าใช้คำหยาบคายนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
๐(^w^)๐
 
+++++++++++++++++++++++++++
 
 
Kuusou No Ryoudo
ดินแดนมหัศจรรย์ ตะลุยฝันสุดขอบฟ้า
.
.
.
.

Episode 1 เสียง...ก่อนเกิดเหตุ

ฉันมีชื่อว่านาคาฮาระ ฮิคารุ อายุ15ปี วันนี้ฉันได้มาทัศนศึกษาที่เกาะส่วนตัวของโรงเรียน โดยที่ตัวฉันเองไม่เคยรู้เลยว่า มีเกาะคู่ขนานกับเกาะนี้อยู่

“ฮิคารุ” อ๊ะ! คนๆนี้ชื่อซากากิ นาโอะจัง เป็นเพื่อนสนิทของฉันเอง นาโอะกำลังโบกมือให้ฉันขณะที่วิ่งลงทะเลไป

ท้องฟ้าและผืนทะเลเป็นสีฟ้าทั้งคู่ ช่างเป็นภาพที่สวยงามจริงๆ ไม่มีมลพิษทางอากาศและน้ำ แม้แต่กลิ่นของทะเลก็ยังหอมชวนให้หลงใหลเหมือนอยู่ในความฝันเลย ที่นี่ช่างดีอะไรแบบนี้นะ

“มัวทำอะไรอยู่น่ะ ฮิคารุ” นาโอะตะโกนเรียกฉันที่ยืนรับลมอยู่บนหาด

“จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ!” ฉันตะโกนกลับแล้ววิ่งลงทะเลไปหานาโอะ

แซ่กๆๆ

สิ่งมีชีวิตสีทมิฬซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้วิ่งแทรกผืนหญ้าไปตามป่ารก เท้าน้อยๆขยับเร็วและถี่ขึ้นเพื่อให้ถึงจุดหมาย ทันใดนั้นก็ปรากฏแสงสว่างวาบขึ้น และเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนั้นก็หายไป บริเวณรอบข้างกลับมาเงียบอีกครั้ง

 

“มีอะไรหรอ ฮิคารุ” นาโอะเรียกฉันที่มองไปด้านหลังซึ่งเป็นป่า ฉันหันกลับมาแล้วส่ายหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะให้บอกนาโอะว่าฉันเห็นตัวประหลาดแบบนั้นไม่ได้ ฉันคงอ่านสมุดภาพมากเกินไป ต้องเป็นอย่างงั้นแน่ๆ!

“ฉันว่าเราขึ้นกันดีกว่า อากาศเริ่มเย็นแล้ว” อยู่ๆนาโอะก็พูดขึ้นมาแล้วเดินนำขึ้นฝั่งไป ฉันเลยต้องเดินตาม แต่คลื่นตอนนี้ค่อนข้างแรงบวกกับฉันที่เป็นคนตัวค่อนข้างเล็ก ทำให้ก้าวไปได้ช้ากว่านาโอะ

หมับ!กึก!

อะไรน่ะ! หายใจไม่ออกเลย ทำไมเราถึงถูกดึงลงมาข้างใต้น้ำได้ล่ะ อ๊ะ หายใจไม่ออกเลย ไม่ได้นะ ต้องมีสติ ต้องมีสติไว้ ต้องมี....

“....คารุ...ฮิ....ฮิคารุ!” แสงสว่างในห้องจ้าขึ้นทันตาเมื่อฉันลืมตาขึ้น ทำให้ฉันต้องหรี่ตาลงเพื่อจะได้มองหน้าคนที่มองฉันอยู่ชัดๆ

“ฉันเป็นอะไรไปน่ะ?” ฉันถามขึ้นอย่างงุนงง มันเกิดอะไรขึ้นกัน จำได้แค่ว่าตัวเองจมลงไปใต้น้ำ แล้วก็เห็นลูกไฟสีฟ้าๆแปลกๆมาวนอยู่รอบขา แค่นั้นจริงๆ

“เธอจมน้ำตอนเดินกลับมา ทำเอาฉันใจหายหมดเลย” นาโอะบอก ฉันยังพยักหน้าอย่างงงๆ จับต้นชนปลายไม่ค่อยถูก

แซ่กๆๆๆ

เสียงแบบเดิมกับที่เธอได้ยินเมื่อตอนกลางวันอีกแล้ว ฉันหันหน้าไปทางหน้าต่างที่เป็นที่มาของเสียง นาโอะทำหน้างง บอกได้เลยว่าเธอไม่ได้ยินเสียงนั่น

“มีอะไรหรอฮิคารุ ฉันว่าเธอแปลกๆนะวันนี้”

“มะ...ไม่มีอะไรหรอก” ฉันปฏิเสธพร้อมทั้งเบือนหน้ากลับมาหานาโอะ

“ฉันว่าเธอนอนพักก่อนดีกว่านะ ส่วนเรื่องอาหารเดี๋ยวฉันไปเอาของมาให้เอง โอเคนะ บายจ้า” นาโอะไม่รอให้ฉันได้ปฏิเสธอะไร เพราะเธอจัดการดันตัวฉันนอนลงและห่มผ้าให้เสร็จสรรพ มือก็เอื้อมไปปิดไฟที่สวิตซ์ข้างประตู

“พักผ่อนนะ” เธอทิ้งท้ายไว้แบบนั้นแล้วเดินออกไป

แซ่กๆๆๆ

“อะไรน่ะ!” ฉันตวัดเสียงถามด้วยความหวาดระแวงผสมปนเปกับความรู้สึกกลัว สายตามองไปยังนอกหน้าตาที่มืดสนิทเพราะไร้แสงจันทร์

“ช่วย...ช่วย...ช่วย...มะ...อะ...แล้ว....ไม่....ทะๆ...” อยู่ๆก็มีเสียงพูดขาดๆหายๆดังขึ้นที่ข้างหน้าต่าง ฉันค่อยๆขยับตัวลุกจากเตียง แต่พอฉันเดินเข้าใกล้หน้าต่าง เสียงนั้นก็ขาดหายไปทันที

นี่มันอะไรกัน!!

ระหว่างที่ฉันกำลังหงุดหงิดในการหาคำตอบอยู่ ฉันก็สัมผัสถึงไอเย็นบางอย่างที่ตกลงสู่ผิวของฉัน ฉันเอื้อมมือไปลูบบริเวณที่เย็นวาบเบาๆ ที่สำคัญคือตอนนี้ในห้องมีแต่สีขาวโพลน

มันคือหิมะ!

“หิมะ ตกในร่ม” ฉันเงยหน้ามองหิมะที่ตกลงมาอย่างไม่หยุดหย่อนและไม่สามารถหาต้นตอของที่มาได้ อุณหภูมิในห้องเริ่มเย็นขึ้น ขาทั้งสองข้างพาตัวฉันวิ่งกลับมาที่เตียง มือก็คว้าเอาผ้าห่มมาคลุมตัวไว้แน่น

“หนาว หนะ...หนาวจัง” ฉันนั่งปากสั่นท่ามกลางกองหิมะที่ตกลงมา ฉาบพื้นห้องให้เป็นสีขาว กองหิมะเริ่มสูงขึ้นเรรื่อยๆ ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปมีหวังฉันต้องจมกองหิมะแน่

“ไม่ไหวแล้ว” ฉันสะบัดผ้าห่มออก รวบรวมกำลังที่มีอยู่ทั้งหมดวิ่งไปที่ประตู ก่อนจะกระโจนผลักออกอย่างแรง

โครม!!!

สำเร็จ ตอนนี้ฉันออกมาอยู่ข้างนอกห้อง เมื่อมองย้อนกลับเข้าไปในห้องก็พบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีหิมะที่โปรยปรายอย่างบ้าคลั่งราวพายุ ไม่มีกองหิมะสูงพะเนินที่เตรียมจะทับตัวของฉัน

แซ่กๆๆๆๆ

อีกแล้ว เสียงแบบนี้อีกแล้ว มันเกิดขึ้นก่อนที่เหตุการณ์แปลกๆจะเกิดขึ้นเสมอ ต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร!

ฉันหมายมั่นเอาไว้ในใจแล้ววิ่งไปคว้าเสื้อกันหนาวมาสวมแบบลวกๆ ก่อนจะวิ่งมาที่หน้าต่าง ฉันกระโดดออกมาทางหน้าต่าง เสียงประหลาดนั่นยังคงดังอยู่ไม่หยุด

แซ่กๆๆๆๆ

เสียงนั่นค่อยๆทวีเสียงขึ้น ฉันมุ่งหน้าเข้าไปใกล้เสียงนั่นเรื่อยๆ

ปี๊บบบบ

ตอนนั้นเองที่เท้าของฉันเหมือนเหยียบถูกอะไรบางอย่างในพงหญ้า ฉันก้มลงมองพร้อมทั้งนั่งยองเข่าลง ควานหาไม้ข้างตัวมาเขี่ยเจ้าก้อนดำๆที่ตอนแรกถูกเหยียบบี้แบน

จึกๆ ฟึ่บ!

พอโดนจิ้มไปทีสองทีเจ้าก้อนดำๆที่ว่าก็กระเด้งขึ้นมาเหมือนติดสปริง ฉันผงะล้มลงไปนั่งกับพื้นหญ้าพร้อมกันกับที่เจ้าก้อนดำๆวิ่งและกระโดดสลับกันห่างออกไป

“เกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่นะ??” ฉันพึมพำขึ้น ในใจก็รู้อยู่แล้วว่าคงเป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบได้

“เราคง...อ่านสมุดภาพมากเกินไปซะล่ะมั้ง” ฉันลุกขึ้นปัดดินที่ติดที่กางเกงออก ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องพักด้วยความรู้สึกที่เหมือนติดใจอะไรบางอย่าง

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ก็มาเป็นออร์เดิร์ฟเนอะ

ไม่รู้จะสนุกถูกใจมั้ย

ยังไงฝากตัวอีกครั้งนะค่ะ